สาวออฟฟิศทั้งหลายฟังทางนี้เลยค่ะ..ตัวขี้เกียจที่เกาะอยู่หลังมื้อเที่ยง ที่พาให้คุณง่วงเหงาวหาวนอน จนงานไม่เดินหน้าเพราะหนังตามันหย่อนได้ใจซะขนาดนั้นน่ะ เป็นเพราะพฤติกรรมการกินของคุณเองล่ะค่ะ ถ้าไม่อยากขี้เกียจตัวเป็นขนจนเจ้านายมองค้อน วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก รับรองว่าจะทำให้หลังมื้อเที่ยงของคุณสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่าง เห็นได้ชัดเลยเชียวล่ะ..

ทานอาหารเช้าหลังจากตื่นนอน 1 ชั่วโมง เติมพลังให้พร้อมลุยกับวันใหม่ด้วยมื้อเช้ากับเมนูโปรตีน ทานให้อิ่มพอเหมาะ ช่วยปรับระดับน้ำตาลในร่างกายให้สมดุลตลอดทั้งวันค่ะ

เมนูมื้อเที่ยงที่ให้พลังงานสูง อย่างอาหารประเภทโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรต เช่น อาหารทะเล ไก่ เนื้อ เต้าหู้ ถั่ว รวมทั้งผักผลไม้เติมความสดชื่น จะสามารถทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้นนะคะ

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงที่ทำให้เกิดอาการง่วงและซึมเศร้า ทั้งเมนูของทอด ๆ ทั้งหลาย ชีส เนย ที่ต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญสูง เก็บไว้ทานมื้ออื่นจะดีกว่าค่ะ มิฉะนั้นจะลืมตาไม่ขึ้นเอาได้นะคะ

งดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะสารคาเฟอีนในชาและกาแฟจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายไม่คงที่ แล้วยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปด้วย นอกจากนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังทำให้มีอาการง่วงซึมได้ค่ะ

ดื่มน้ำเปล่าเติมความสดใส ตอนบ่ายช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการผลิตเมทาบอลิซึม ซึ่งเป็นตัวเผาผลาญไขมันได้ดีและยังทำให้ผิวพรรณสวยใสอีกด้วยนะคะ

รู้อย่างนี้กันแล้วสาวออฟฟิศทั้งหลายอย่าลืมบอกต่อเพื่อนข้างๆ ด้วยนะคะ หลังเที่ยงจะได้ไม่ต้องพากันหนังตาหย่อนยังไงล่ะคะ..

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com/

แฟชั่นการเจาะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือ บอดี้ เพียซซิ่ง (body piercing) ถึงแม้จะไม่ได้รับความนิยมชนิดที่ใคร ๆ ก็ทำตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ก็เป็นรสนิยมเฉพาะตัวที่ยังมีให้เห็นได้ไม่เคยหายไป รวมถึงการเจาะหู ทั้งแบบที่เจาะหลาย ๆ รูเพื่อใส่ต่างหูสารพัดแบบ จนถึงเจาะแบบขยายรูสำหรับต่างหูที่มีก้านใหญ่ จนกระทั่งเจาะแบบระเบิดหู เพื่อใส่ต่างหูซึ่งมีลักษณะเป็นห่วงหรือวง บ้างใส่ห่วงที่มีขนาดเท่ากับหลอดดูดน้ำ หรือบางคนก็ใหญ่กว่านั้น คนที่ทำแต่พอดีก็ดูเก๋และเท่ไม่หยอก แต่บางรายที่ทำมากจนเกินไปก็ออกจะน่ากลัวไปสักหน่อยสำหรับผู้พบเห็น คราวนี้กระปุกดอทคอมจึงมีเรื่องฉุกคิดนิด ๆ หน่อย ๆ แต่สำคัญไม่น้อย สำหรับผู้ที่คิดจะระเบิดหูเพื่อใส่ต่างหูห่วงใหญ่ ๆ มาฝากกันค่ะ

หลาย ๆ คนที่เจาะหู(แบบปกติ)คงเคยเจอกับปัญหาติ่งหูดูหย่อนไม่สวย โดยเฉพาะเมื่อใส่ต่างหูแบบห้อยระย้า ซึ่งมีน้ำหนักไม่ใช่น้อยสำหรับใบหูเล็ก ๆ ทำให้มันดึงรั้งรูที่เจาะหูจนยานดูน่าเกลียด หลายคนจึงต้องพัก(ติ่ง)หูของตัวเอง ด้วยการเว้นการใส่ต่างหูเสียบ้าง ส่วนการเจาะหูหลาย ๆ รูหรือระเบิดหูเองก็ให้ผลข้างเคียงที่ไม่ผิดกัน แถมเห็นผลได้ชัดเจนกว่ามาก ๆ เสียด้วย ด้วยน้ำหนักและขนาดของต่างหูทำให้ติ่งหูเล็ก ๆ นั้นทั้งเยิน และยาน ผิดรูปไปจากเดิม  บางรายก็ทิ้งรูโบ๋ขนาดย่อมเอาไว้แม้จะถอดต่างหูออกไปแล้วอีกต่างหาก

การเจาะหูที่ดูเกินพอดีเหล่านี้ อาจเพื่อสนองความชื่นชอบในยามนั้น โดยส่วนใหญ่มักอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่เมื่อนักเจาะทั้งหลายเริ่มเติบโต ก็มีหลายรายที่ต้องการแก้ไขให้ใบหูของพวกเขากลับไปอยู่ในสภาพเดิม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องการย่างเข้าสู่วัยทำงาน ที่ต้องรักษารูปลักษณ์ให้ดูเรียบร้อย หรือเลิกนิยมชื่นชอบการเจาะประเภทนี้แล้ว บางรายเพียงแค่ถอดต่างหูนั้นออกก็เพียงพอ แต่ในรายที่มีการเจาะหูหลาย ๆ รู หรือระเบิดหูขนาดใหญ่ และใส่ต่างหูอันเบิ้มมาเป็นเวลานาน ไม่สามารถทำให้ใบหูคืนสภาพเดิมได้ง่าย ๆ การศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขให้ติ่งหูกลับมาสู่สภาพเดิมจึงเป็นคำตอบสำหรับการนี้ ซึ่งก็สามารถทำได้โดยไม่เจ็บปวดมากนัก เช่นเดียวกับการศัลกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วไป แต่รับรองว่าค่าใช้จ่ายไม่เบาเหมือนอย่างตอนที่ไปเจาะระเบิดหูเป็นแน่ ก่อนจะตัดสินใจเราจึงอยากติงให้ไตร่ตรองดูเสียก่อนสักนิดว่า ความพอใจในตอนนี้กับการเจาะหูที่ทำได้ด้วยราคาไม่กี่ร้อย จะคุ้มค่ากับการศัลกรรมเพื่อตกแต่งใบหูในอนาคตที่มีราคาร่วมพัน หรืออาจพุ่งไปแตะหลักหมื่นหรือไม่

อย่างไรก็ตามการเจาะแบบระเบิดหูก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด และนับเป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่ก็ควรทำอย่างพอดี ๆ เพื่อความสวยงามในระยะยาวด้วยนะจ๊ะนักเจาะทั้งหลาย ;)

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com/

องค์การอนามัยโลกให้รับประทานอาหารที่มีโซเดียมได้ไม่เกินวัน 1,400 มิลลิกรัม ซึ่งอาหารไทยส่วนมากจะมีรสจัดโซเดียมเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดมาก และโซเดียมที่ใกล้ตัวมากที่สุดและคนมักมองข้ามคือพริกน้ำปลา ที่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนไทยไปแล้ว เพราะจะเห็นว่าคนที่จะรับประทานอาหารมักจะคลุกเคล้าข้าวกับพริกน้ำปลา และเติมพริกน้ำปลาในอาหาร นอกจากนี้แล้วก่อนที่จะกินก๋วยเตี๋ยวก็มักจะเติมน้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มสายชูลงไปด้วย

อย่าง ไรก็ตาม การรับประทานอาหารรสเค็มมาก ๆ และบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคหัวใจ และไตวาย รวมทั้งโรคกระดูกพรุน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวอยู่แล้วจะต้องระมัดระวังอาหารที่มีโซเดียมสูง เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในโรคที่เป็นอยู่ เนื่องจากโรคดังกล่าวนี้เหมือนกับภัยเงียบที่ไม่บ่งบอกอาหารให้ผู้ป่วยได้ รู้

คนที่เป็นก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นอะไร แต่เมื่อเป็นความดันสูงอยู่เรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นเส้นเลือดน้อยลง เส้นเลือดแข็งก็จะเปราะบาง เมื่อมีความดันสูงเรื่อย ๆ ไม่สามารถคุมได้แล้วเกิดเส้นเลือดแตกตามจุดสำคัญต่าง ๆ ก็จะทำให้เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ กลายเป็นคนพิการ และที่ร้ายแรงที่สุดคือเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ฉะนั้นแล้ว คนวัยหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรง ก็ต้องระมัดระวังและควบคุมการรับประทานอาหารรสเค็ม เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้เกิดการสะสมโซเดียมไว้ในร่างกายมากเกินไป อีกทั้งควรเลือกใช้เกลือหรือน้ำปลาโลว์โซเดียมที่มีจำหน่ายตามร้านค้าต่าง ๆ มาปรุงรสเค็มให้อาหารแทนน้ำปลาทั่ว ๆ ไป ซึ่งน้ำปลาโลว์โซเดียมนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ได้ ความรู้กันไปแบบนี้แล้ว ต่อไปคงต้องหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนที่คุณรักและตัวคุณเองค่ะ…

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com/

Rule of Rose [Code]
เครื่อง : Play Station 2
แนวเกมส์ : Horror Adventure
ผู้ผลิต : Punchline
ผู้จำหน่าย : Atlus
โซน : NTSC:U/C

สูตรโกงเกมสำหรับ Code Breaker / Raw / Xploder / Xterminater

Master Code ต้องเปิดสูตรนี้ทุกครั้ง
F026B484 0026B487

Infinite Health พลังไม่ลด
201FB1CC 00A01021

Infinite Items Slot 1 ไอเทมช่อง 1 ไม่ลด
1079B9CA 00000032

Infinite Items Slot 2 
ไอเทมช่อง 2 ไม่ลด
1079B9DA 00000032

Infinite Items Slot 3
 ไอเทมช่อง 3 ไม่ลด
1079B9EA 00000032

Infinite Items Slot 4 
ไอเทมช่อง 4 ไม่ลด
1079B9FA 00000032

 

ที่มาจาก : game.sanook.com

ข้อมูลเกมเบื้องต้น Tokimeki Memorial 4

Konami ฉลองครบรอบ 15 ปีของซีรี่ยส์ Tokimeki Memorial นับตั้งแต่เปิดตัวภาคแรกไปเมื่อปี 1994 ด้วยการจัดภาคใหม่ลงบนเครื่อง PSP ให้แฟนๆเกมนี้ได้เล่นกันอีกครั้ง หลังจากเว้นช่วงห่างจาก Tokimeki Memorial 3 มานานถึง 8 ปี (มัวแต่ไปสร้าง Girl Side) เพื่อเพื่อเป็นการย้อนรอยรำลึกถึงภาคแรกที่ครบ 15 ปี ใน Tokimeki Memorial 4 จึงได้พากลับมายังโรงเรียนคิราเมะคิ ที่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กันอีกครั้ง

มี ตำนานของโรงเรียนคิราเมะคิกล่าวไว้ว่า หากคู่รักไปกล่าวสารภาพรักกันที่ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของโรงเรียนในวัน สำเร็จการศึกษา จะทำให้คู่รักนั้นรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป

และแล้วก็มาดูสาวๆเพื่อนร่วมรุ่นของโรงเรียนคิราเมะคิรุ่นนี้กันหน่อย ว่านอกจากตัวเอกแล้ว มีใครบ้าง
(สนใจข้อมูลชื่อคนพากย์ไหมครับ ถ้าสนผมจะได้แปลมาให้ ถ้าไม่ผมจะข้าม)
หมายเหตุ ผมแปลจากยุ่นนะ ผมจะใส่สกุลก่อน ชื่อตามหลัง

โฮชิคาวะ มากิ
วันเกิด 1 มิถุนายน
ราศี เมถุน (คนคู่)
กรุ๊ปเลือด A
สูง 157 cm
นางเอกหมายเลข 1 ของภาคนี้ เธอเรียนอยู่ชั้นเดียวกับพระเอก มีนิสัยร่าเริง ตรงไปตรงมา จริงใจ เข้ากันได้ดีกับทุกๆคน

ซาทซึกิ ยู
วันเกิด 14 ตุลาคม
ราศี ตุลย์
กรุ๊ปเลือด A
สูง 159 cm
นาง เอกหมายเลข 2 ประธานนักเรียนของโรงเรียนคิราเมะคิ ผู้มีประกายแสงเจิศจรัสในสไตล์สาวที่เพอร์เฟ็คสุดๆ เรียนดี กีฬาก็เก่ง แถมเรียบร้อย และพูดจาสุภาพกับทุกๆคน เป็นสาวที่หนุ่มๆหมายปองเป็นอันดับ 1 ของโรงเรียน แต่ว่าเธอเป็นรุ่นพี่พระเอก 1 ปี

โกโด ทซึกุมิ
วันเกิด 2 มีนาคม
ราศี มีน
กรุ๊ปเลือด A
สูง 155 cm
สาว แว่นแบบที่หลายๆท่านชอบ ในสไตล์หนอนหนังสือที่เก่งวิชาด้านภาษาแบบสุดๆ ถ้าจะหาเรื่องพูดคุยล่ะก็ ลองคุยเรื่องหนังสือหรือวรรณกรรมกับเธอดูสิ รับรองได้ผล แน่นอนว่าสถานที่เดตที่ชอบก็ต้องหอสมุด

ริวโคจิ ไค (แน่ใจนะว่าชื่อผู้หญิง)
วันเกิด 14 เมษายน
ราศี เมษ
กรุ๊ปเลือด A
สูง 167 cm
สาว ห้าวประจำชั้นเรียนของรุ่นนี้ ชอบโดดชั้นเรียนเป็นประจำ ทำตัวเกเร หาตัวยากอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง แต่สิ่งที่เธอชอบทำมากสุดก็คือการแอบไปงีบไม่ดาดฟ้า ก็สนามหลังโรงเรียน เป็นสาวที่มีความลับเยอะมาก

โคริยามะ อากิ
วันเกิด 14 กรกฎาคม
ราศี กรกฎ
กรุ๊ปเลือด AB
สูง 170 cm
อีก หนึ่งสาวที่เป็นรุ่นพี่ของตัวเอก 1 ปี เธอบ้าวิทยาศาสตร์มากๆ และจะประจำอยู่ชมรมวิทยาศาสตร์ตลอด บุคลิกเป็นคนเงียบๆ เรียนดี รูปร่างสูงและดูขรึม (ที่ยุ่น 170 cm เค้าว่าสูงแล้วเหรอ ผมสูง 170 นิดๆ ยังดูตัวเองเตี้ยเลย) แทนที่เธอจะเป็นที่ชอบของหนุ่มๆ กลับเป็นที่ชอบของสาวๆรุ่นน้องแทนเสียนี่ ออกแนวสไตล์สาวเท่ห์

ยานางิ ฟุมิโกะ
วันเกิด 18 พฤศจิกายน
ราศี พิจิกย์
กรุ๊ปเลือด O
สูง 152 cm
สาว น้อยน่ารักสไตล์แอ๊บแบ้วของภาคนี้ เธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใส มนุษยสัมพันธ์ดี รักสนุกและชอบพูดคุยกับคนอื่นๆ เธอจึงอยู่ชมรมกระจายเสียงของโรงเรียน (ราวๆวิทยุ) เห็นตัวเล็กๆแบบนี้ แต่เธอเป็นคนชอบกิน และกินจุมากๆด้วย พูดคุยเรื่องอาหารกับเธอรับรองได้ผล

เอลิซ่า โดลิตเติ้ล นารุเซะ
วันเกิด 15 ธันวาคม
ราศี ธนู
กรุ๊ปเลือด B
สูง 166 cm
สาว ลูกครึ่งญี่ปุ่นกับตะวันตก เธอเกิดและเติบโตที่จังหวัดมิยางิ ก่อนจะย้ายมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โรงเรียนแถบเซนได จึงได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนคิราเมะคินั่นเอง แม้ว่าเธอจะเป็นคนต่างชาติ แต่ก็ชอบวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นเอามากๆ เธอจึงเลือกอยู่ชมรมเคนโด้ วิชาดาบแบบญี่ปุ่น ถ้าจะหาของขวัญให้เธอล่ะก็ อะไรที่เป็นยุ่นๆล่ะก็เธอชอบหมด

มาเอดะ อิทซึกิ
วันเกิด 12 มกราคม
ราศี มังกร
กรุ๊ปเลือด O
สูง 153 cm
เอส เพลเยอร์ของประจำชมรมฟุตบอลหญิง สาวทอมบอยที่ชื่นชอบการเล่นกีฬามาก โดยเฉพาะฟุตบอล ถ้าอยากเจอเธอล่ะก็เข้าชมรมฟุตบอลต้องได้เจอแน่ นอกจากนี้เธอยังชอบอะไรเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกด้วย เพราะบ้านเธอทำกิจการด้านนี้

เคียวโนะ ริซึมิ
วันเกิด 16 กันยายน
ราศี กันย์
กรุ๊ปเลือด AB
สูง 164 cm
สาว ปริศนาอีกคนที่ชอบทำตัวเงียบ ลึกลับ เท่าที่ทราบอย่างหนึ่งก็คือเธอเก่งด้านดนตรีเอามากๆ มักจะใส่หูฟังเพลงอยู่เสมอๆ ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าคุยด้วย เธอก็เลยอยู่คนเดียวตลอด

โอคุระ มิยาโกะ
วันเกิด 13 พฤษภาคม
ราศี พฤษภ
กรุ๊ปเลือด O
สูง 165 cm
สาว เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเพื่อนกับตัวเอกมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ (ดูท่าจะจีบง่ายสุด) และถ้าตัวเอกสนใจจะจีบสาวอื่นๆล่ะก็ เธอยินดีช่วยเต็มที่ หากต้องการรู้เบอร์โทรศัพท์สาวไหนล่ะก็ บอกมาเธอจัดให้ ส่วนตัวเธอจะเป็นคนเจ้าระเบียบ จู้จี้ขี้บ่นสักหน่อย หากเราไปทำสาวไหนระเบิดลงล่ะก็ เธอไม่ปล่อยเราไว้แน่

สองเกลอเพื่อนซี้ ในแก๊งประจำชั้น
แน่ นอนว่าทุกๆภาคของโทคิเมคิ นอกจากเพื่อนๆผู้หญิงแล้ว ตัวเอกก็จะมีเพื่อนผู้ชายร่วมแก๊งจีบสาวด้วยกันอย่างน้อย 2 คน และในภาคนี้ก็เช่นกัน ลองมารู้จักกับพวกเขาหน่อย

โคบายาชิ มานาบุ
วันเกิด 30 ตุลาคม
ราศี พิจิก
กรุ๊ปเลือด A
สูง 167 cm
สารานุกรมข้อมูลสาวๆเคลื่อนที่ หากต้องการทราบข้อมูลสาวคนไหนว่าชอบอะไรถามและปรึกษาเขาได้เลย

นานาคาว่า ทาดาชิ
วันเกิด 2 กุมภาพันธ์
ราศี กุมภ์
กรุ๊ปเลือด B
สูง 180 cm
เจ้า หมอนี่เป็นทั้งเพื่อนละคู่ปรับสำคัญของพระเอกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเล่นกีฬาเก่งทำให้มีสาวๆชอบกันมาก แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจสาวๆสักเท่าไหร่ แถมดูจะชอบเข้ามาตีสนิทกับตัวเอกมากกว่าด้วย (หรือมันจะเป็น Yaranaika ?)

ระบบการเล่นของเกม Tokimeki Memorial 4
เกม ตระกูล Tokimeki Memorial เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาวในชีวิตวัยเรียน ช่วงชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่โรงเรียนนั้นๆมักมีตำนานเกี่ยวกับความรักอยู่ด้วย และเราจะเล่นเป็นหนึ่งในนักเรียนโรงเรียนนั้นและใช้ชีวิตแบบนักเรียนมัธยม ปลาย 3 ปี เพื่อทำความรู้จักและจีบสาวๆให้สำเร็จ เกมนี้เรียกว่าแนว Love Simulation

เกมส์, Tokimeki Memorial 4, โทคิเมะคิ เมโมเรี่ยล 4
ค่าพลังและเมนูต่างๆของภาคนี้

วิธีเล่นของเกม Tokimeki Memorial 4 ก็ยังคงใช้ระบบเช่นเดียวกับภาคก่อนๆ คือเป็น Window Interface กรอบหน้าต่างข้อมูลตัวละครตัวเอก ว่ามี Status ค่าพลังใดๆบ้าง โดยแบ่งออกเป็น
- พลังวิชาภาษา 文系
- พลังวิชาวิทย์ 理系
- พลังวิชาศิลป์ 芸術
- พลังหน้าตาหรือเสน่ห์ (แต่งหล่อมันเข้าไป) 容姿
- พลังด้านกีฬา 運動
- พลังด้านนิสัย (การเข้าสังคม มนุษย์สัมพันธ์) 根性
- พลังร่างกาย 体調

ซึ่ง ค่าหลักๆของเกม ทั้ง 7 นี้จะเหมือนกับในภาคเก่าๆ แต่จะเห็นได้ว่ามีค่าบางอย่างถูกตัดออกไป อย่างค่าวิชาคณิต และค่าความรู้รอบตัว และมีค่าพลังใหม่ๆเพิ่มเข้ามาแทน โดยพลังร่างกายก็จะแยกออกไปให้เห็นเด่นชัด ส่วนค่าความเครียดจะไม่มีแล้ว แต่จะมีช่องบอกสถานะสุขภาพของตัวเอกแทน ว่าสบายดีไหม? หรือไม่สบาย(ถ้าพลังร่างกายน้อยเกินไป) หรือบาดเจ็บ (กรณีแข่งขันกีฬา) โดยสังเกตได้ง่ายๆจากไอคอนหน้ายิ้ม ถ้าเป็นสีชมพู ไซโค้~~~ ก็สบายดีมากๆ สีแดงหน้ายิ้มก็สบายดี สีส้มแปลว่าปกติ แต่ถ้าหน้าสีฟ้าๆ หรือเทาๆ หน้าบูดๆ แสดงว่าไม่สบายแล้ว ให้หยุดกิจกรรมแล้วนอนพักโดยด่วน

การเลือกคำสั่งกิจกรรม
ถ้า คนเคยเล่นภาคเก่าคงจะรู้กันดีว่า คำสั่งกิจกรรมเอาไว้เพิ่มสถานะของตัวเอกในด้านต่างๆ แต่การทำกิจกรรมทุกครั้ง จะทำให้พลังร่างกายลดลง ยิ่งทำกิจกรรมพลาด พลังร่างกายก็ลดมาก แถมทำกิจกรรมบางอย่างยังส่งผลทำให้ค่าอื่นๆบางอย่างลดลงด้วย โดยหลักๆก็จะมี

นอน เพิ่มพลังร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพ
อ่านหนังสือ เพิ่มวิชาภาษา
ทดลองวิทย์ เพิ่มวิชาวิทย์
วาดภาพ เพิ่มวิชาศิลป์
ออกกำลังกาย เพิ่มค่ากีฬา
สนทนากับเพื่อนๆ เพิ่มค่านิสัย

ระบบใหม่ “เงิน” น่ะมีมั้ย ?
ภาค นี้จะมีกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเข้ามาด้วยนอกเหนือจากที่กล่าวมา โดยเฉพาะระบบหลักที่เป็นสิ่งสำคัญของคนเราๆ นั่นก็คือ “เงิน” ซึ่งในเกมจะเรียกว่าค่า リッチ Rich หรือความร่ำรวยนั่นแหละ บ่งบอกว่าตอนนี้ตัวเอกมีเงินอยู่เท่าไหร่ ซึ่งกิจกรรมบางอย่าง อย่างเช่นการออกเดทกับสาวๆ ซื้อเสื้อผ้า ของขวัญ ทุกๆอย่างจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น หากกระเป๋าแบน แฟนที่ไหนเค้าจะคบ ถ้างั้นลองมาดูวิธีหาเงินกัน การได้รับเงินเพิ่มจะได้มา 2 วิธีคือ

- แบมือขอพ่อแม่ ตัวเอกจะได้รับค่าขนมในทุกๆวันแรกของเดือน

มิยาโกะ เพื่อนสมัยเด็กจะนำเงินรายเดือนจากพ่อแม่มาให้

- ทำงานพิเศษ แน่นอนว่าถ้าจะเที่ยวกับสาวๆ หรือซื้อของขวัญ เงินค่าขนมมันไม่พอหรอก ต้องหางานพิเศษทำ ซึ่งจะมีงานให้เลือกทำหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความยากและค่าแรง งานไหนยากก็จะใช้พลังร่างกายเยอะ

เข้าเมนูแล้วเลือกหางานที่ต้องการ เวลาทำงานเราก็จะได้ค่าพลังบางอย่างเพิ่มด้วย + ประสบการณ์ก็เพิ่ม หากโดดงานบ่อยโดนไล่ออกนะ ต้องระวัง

ระบบใหม่ “ค่าประสบการณ์” และ “ความสามารถพิเศษ”

ภาค นี้จะมีค่าพลังใหม่เพิ่มเข้ามาเรียกว่า ประสบการณ์ 経験 ซึ่งจะเป็นตัววัดอัตราความสำเร็จในการทำกิจกรรมของตัวเอก หากทำกิจกรรมใดๆมากจนมีประสบการณ์สูง ก็จะทำให้ทำกิจกรรมสำเร็จได้มากขึ้นด้วย และยังส่งผลทำให้ตัวเอกได้รับความสามารถพิเศษมาใช้ 特技 อย่างเช่นหากเข้าชมรมใดชมรมหนึ่ง และมีความสามารถพิเศษมา ก็จะนำไปใช้ในการทำงานพิเศษหรืออื่นๆได้ แต่ว่าความสามารถพิเศษจะเรียนรู้ได้จำกัด ไม่สามารถเปลี่ยนได้ต้องระวัง

เกมส์, Tokimeki Memorial 4, โทคิเมะคิ เมโมเรี่ยล 4
เวลาทำกิจกรรมชมรมก็จะได้ประสบการณ์เช่นกัน

หน้าจอเลือกใช้ความสามารถต่างๆ

เกมส์, Tokimeki Memorial 4, โทคิเมะคิ เมโมเรี่ยล 4
ออกเดทสาวๆ เลือกตอบให้ถูกล่ะ

เกมส์, Tokimeki Memorial 4, โทคิเมะคิ เมโมเรี่ยล 4
โหมดแสดงความรู้สึกของสาวแต่ละคน หากสาวไหนมีระเบิด ต้องรีบเอาใจด่วน

ที่มาจาก : game.sanook.com

Demo Preview : Senjou no Valkyria 2 [PSP]

มาวันนี้ ก็ขอนำเสนอกับ Demo เกม เซนโจ โนะ วาลคิวเรีย 2
กับชื่อภาคว่า โรงเรียนนายร้อย แห่งราชวงศ์กาเรีย(戦場のヴァルキュリア2 ガリア王立士官学校) [ชื่อเกมภาษาอังกฤษ คือ Valkyria Chronicles]
ชื่อ ไท้ ไทย จริงๆ…

Valkyria Chronicles 2

Demo ตัวนี้ จะเล่นได้ก็ต่อเมื่อ UP FW แท้นะครับ และ ที่สำคัญต้องมีเครื่องเกมแห่งพลังศรัทธา หรือ ก็ คือ PS3 ด้วย
โดยต้อง Log in เข้า PSN JP แล้วทำการ Load ตัว Demo หรือ ที่ภาษาญี่ปุ่น เรียกกันว่า ไทเคนบัง (体験版)

สำหรับ ตัว Demo นี้ ทาง PSN JP ได้ทำการปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 2 เดือน 11 ปี 2009 แต่เห็นว่า ไม่มีใครพูดถึงกันเลย วันนี้เลยจะมา Review ให้ทุกคนได้รู้จักกับภาคต่อของเกมกันครับ

Valkyria Chronicles 2

เมื่อเริ่มเกมหลังจบฉาก Opening จะตัดมาที่หน้าจอหลักซึ่งจะมีทั้งหมด 4 คำสั่ง คือ

1. Training
- เมื่อเข้าไปแล้วจะมี ภารกิจสอนเรา โดยที่จะกำหนดตัวละคร ไว้ให้แล้ว
- รายละเอียดอยู่ที่ด้านล่างครับ
2. Mission
- รายละเอียดอยู่ที่ด้านล่างครับ
3. Controls
- รูปแบบของการควบคุม ของภาค 2 นี้จะแตกต่างจาก ภาค 1 โดยแต่ละปุ่ม ทำหน้าที่ดังนี้

Valkyria Chronicles 2

L กับ R : ทำการหมุนมุมกล้องทางซ้ายและขวา
Analog และ ลูกศร 4 ทิศ : ใช้ในการเดิน
สี่เหลี่ยม : เข้าสู่ Target Mode
สามเหลี่ยม : เป็นการปรับมุมกล้องมุมสูงขึ้น
กากบาท : เป็นการปรับมุมกล้องมุมต่ำขึ้น, Cancel
วงกลม : ทำการใช้ ไอเทม หรือ อาวุธ หลังเข้าสู่ Target Mode
Start : เสร็จสิ้นการควบคุม

4. Option
- โดยตัว Demo นี้ เราสามารถตั้งค่าได้แค่ 3 อย่างคือ
(4.1) ความดังของ BGM (BackGround Music)
(4.2) ความดังของ SE (Sound Effect)
(4.3) ความดังของเสียงพูดของตัวละคร
===========================================================

ตัดมาที่เนื้อหาในส่วนของ Mode Training กับ Mission กันต่อนะครับ

Training Mode

- เมื่อเริ่มภารกิจแล้ว ในฟิลด์ ระบบจะทำการสอนถึง การออก Action ต่าง โดยให้ทำการกด วงกลม ที่ Unit ที่ต้องการจะสั่งการ
- หลังการสอนช่วงแรก จะเริ่มภารกิจทันที โดยตัวเกมนั้นเวลาเราจะสั่งการ Unit จะต้องใช้ดาวที่อยู่ด้านบน เช่น สั่งการ Unit (ทหาร) จะใช้ดาว 1 ดวง
สั่ง การ Unit (รถถัง) จะใช้ดาว 2 ดวง รวมถึงการออกคำสั่ง (命令) จะมีคำสั่งให้ใช้จำนวนมาก โดยจำนวนดาวที่ใช้จะไม่เท่ากัน โดยดาวในเกม จะเรียกว่าค่า CP
- ที่ฟิลด์แผนที่ก่อนเลือก Unit กด สี่เหลี่ยม จะทำการดูรายชื่อ ของ Unit เราและ ศัตรูได้
- ที่ฟิลด์แผนที่ก่อนเลือก Unit กด Select จะเข้าสู่หน้าเมนู
- ที่ฟิลด์แผนที่ก่อนเลือก Unit กด Start จะเป็นการจบ Turn ในกรณีที่เรายังมีค่า CP เหลืออยู่
- เมื่อทำการเลือก Unit แล้ว จะมีแถบหลอดสีเหลืองอยู่ด้านล่าง นั่นคือ ค่าที่เราจะใช้ในการให้ Unit เดิน โดยถ้าหมด จะเดินต่อไปไม่ได้ จากนั้นก็ทำการออก Action ต่าง เช่น โจมตี หรือ เมื่อเดินไปใกล้ที่กำบัง กด O เพื่อใช้กำบังได้
- เมื่อเข้าใกล้ศัตรู ตัวเกมจะสอนการโจมตี และ การเปลี่ยนอาวุธ โดยการเปลี่ยนอาวุธ จะทำได้ โดยเข้าสู่ Target Mode ก่อน แล้วกด สี่เหลี่ยม
- การโจมตีโดยเล็งไปที่ หัวของศัตรูนั้น จะสามารถทำ Damage ได้มาก

Valkyria Chronicles 2

- หลัง เลือก Unit เสร็จครั้งแรก ตัวเกมจะบอกถึงการลดลงของค่า CP
- ภารกิจของ Mode Training จะจบลงก็ต่อเมื่อกำจัดศัตรูหมดทั้งฉาก

Mission Mode
- เมื่อเข้ามาแล้วตัวเกมจะแนะนำถึงประเภทของ Unit การช่วยเหลือเพื่อนที่หมดสติ (HP หมด) และ การฟื้นพลังด้วยแร่แล๊กไนต์
- ประเภทของ Unit นั้น ในเกมตอนนี้จะแนะนำ 6 ชนิด คือ
1. ทหารราบ (偵察兵) : มีความเร็วในการเคลื่อนที่สูง (สำหรับคนที่เคยเล่นภาค 1 มาแล้ว คงจะรู้ได้ว่า เป็น Unit ที่มีความสำคัญที่สุด ในการทำ Rank S (Ver.JP) หรือ Rank A (Ver.EN)
2. ทหารจู่โจม (突撃兵) : เป็น Unit ที่มีพลังโจมตีที่สูง เพราะ อาวุธที่ใช้จะเป็นปืนกล แต่ข้อเสีย คือ ระยะทางในการเคลื่อนที่ค่อนข้างต่ำ
3. ทหารต่อสู้รถถัง (対戦車兵) : เป็น Unit ที่ใช้โจมตีรถถังได้ดีที่สุด เนื่องจากอาวุธ ที่ใช้ คือ หัวระเบิดที่ใช้โจมตีรถถังโดยเฉพาะ (แต่ใช้ยิงคนก็ค่อนข้างสะใจดีครับ) ข้อดีอีกอย่าง คือ มีพลังป้องกันที่สูงมาก แต่ก็ต้องแลกด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ที่ต่ำมาก
4. ทหารช่วยเหลือ (支援兵) : เป็น Unit ที่สำคัญอีก Unit หนึ่งของเกม ซึ่งสามารถทำการซ่อมแซมรถถัง กู้กับระเบิด และ สามารถเติมกระสุนให้กับ Unit ตัวอื่นๆได้ด้วย
5. ทหารซุ่มยิง (狙撃兵) : หรือ ก็คือ Sniper นั่นเอง Unit ที่สามารถโจมตีได้ในระยะไกล แต่ข้อเสียที่สุดคือ พลังป้องกัน ที่ต่ำมากๆ ดังกฏการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
6. รถถัง (戦車) : ใช่ครับ มันก็คือ รถถัง (-w-”) มีพลังป้องกันที่สูงมาก สามารถ ไปนำไปบังวิถีกระสุนของทหารศัตรู เพื่อป้องกัน Unit เราได้ด้วยนะครับ
แต่ทาง web official ได้เผยถึงทหารอีกประเภทไว้ คือ
7. ทหารที่ชำนาญการ (技甲兵) : เป็นทหารใหม่ของภาคนี้ ไม่ใช้ปืน เพราะ ทหารประเภทนี้จะถือโล่พร้อมกับอาวุธรูปร่างคล้ายค้อน ข้อดีคือ พลังป้องกันที่สูงมากรถถังศัตรูยิงใส่ยังไม่ค่อยจะสะเทือน แต่ข้อเสียคือ เป็นเป้าซ้อมยิงให้ศัตรูในระยะไกล….

- การช่วยเหลือเพื่อนนั้น คือ เกิดจากการที่ Unit ทหารของเราถูกโจมตีจน HP หมด ให้เรานำ Unit ตัวอื่นเดินไปหาเพื่อนที่หมดสติ จะเป็นการเรียกหน่วยแพทย์มา หากทิ้งไว้เป็นเวลานาน จะทำให้ Unit ที่หมดสตินั้น ตายได้ โดยผลเสีย คือ จากนี้ไปจะไม่สามารถนำ Unit ตัวนี้มาใช้ได้อีก
- ส่วนทางด้านการฟื้นพลัง นั้นให้เข้าสู่ Target Mode ก่อน จะมีคำสั่งใช้ แล๊กไนต์ ซึ่งจะอยู่ถัดจาก อาวุธทั้งหลายของแต่ละ Unit
- ภารกิจของ Mission Mode คือ ให้เราทำการยึดค่ายของศัตรูทั้ง 2 ฉากให้ครบ โดยต้องกำจัดทหารที่อยู่ในเขตค่ายให้หมดซะก่อนจึงจะทำการยึดได้
- โดยที่ค่ายในฉากที่ 2 เราจะไปได้ก็ต่อเมื่อ เรายึดค่ายศัตรูในฉากแรกก่อน แล้วจึงทำการเรียก Unit ของเราจากค่ายในฉากที่ 2 ออกมา
- ในฉากที่สองนั้นจะมีรถถังศัตรูอยู่ด้วย โดยเราสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกับรถถังได้โดยการเดินห่างๆ ไว้

Valkyria Chronicles 2

- แต่หากต้องการทำลายรถถัง ให้ใช้ทหารต่อสู้รถถัง เข้าโจมตีครับ แต่ จุดอ่อนของรถถัง อยู่ที่ด้านหลังตามรูปครับ Valkyria Chronicles 2 โดย ใช้ทหารต่อสู้รถถัง ยิงเข้าไป 1 นัด จะสามารถทำลายรถถังได้ทันที

- หลังยึดค่ายในฉากที่ 2 เสร็จ จะเป็นอันจบฉาก
===========================================================

สรุปโดยย่อถึงความแตกต่างระหว่าง ภาค แรก บน PS3 กับ ภาค 2 บน PSP
อ้างอิงจากภาค 2 บน PSP

1. ทางด้าน graphic นั้นสำหรับตัวเครื่อง PSP แล้ว ถือว่าทำออกมาได้ดีมากครับ แต่ทางด้านสีนั้น จะไม่ได้ออกมาเป็นแนวสีไม้แบบภาคแรก
2. ระบบของเกม สอนถึงการเล่นและระบบได้ค่อนข้างดี ในตัว Demo นี เสียอยู่ที่ว่า ระบบตัวเกม ยังไม่ค่อยได้สอนถึงระบบใหม่ ที่ชื่อว่า Morale
3. จังหวะการเข้าสู่ Target Mode ถือว่า ดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับภาคแรก ที่จะมี ดีเลย์ นานกว่า ภาค 2 อย่างมาก
4. การโจมตีบริเวณหัวของศัตรู ในระยะประชิด กระสุนจะเข้าที่บริเวณหัวได้เต็มๆ เมื่อเทียบกับภาคแรก ที่บางครั้งยืนติดแล้วเล็งบริเวณหัว แต่กระสุนกลับไม่เข้าที่บริเวณหัว
5. การเรียกกองหนุน ในภาคนี้ สามารถเรียกกองหนุนจากค่ายได้ทันที โดยไม่ต้องรอ 1 Turn มีประโยชน์มาก

ครับก็จบไปกันแล้วนะครับ สำหรับ Review Senjou no Valkyria 2 [Demo] ส่วนตัวแล้วผมถือว่าตัวเกมทำออกมาได้ค่อนข้างดี
แถม ตัวเกมยังวางจำหน่ายหลัง Kingdom Hearts : BBS อยู่ 12 วัน สำหรับเพื่อนๆ ชาว PSP หลังเล่น KH : BBS จบ ก็มาลองเล่น Valkyria 2 กันก็ดีนะ

โดยเกมตัวเต็มนั้นจะวางจำหน่ายในวันที่ 21 เดือน 1 ปี 2010 รอติดตามกันได้เลยนะครับ

ที่มาจาก : game.sanook.com

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่20กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมัน ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สอง ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อพระชนมายุ 3 พรรษา ได้เสด็จกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนี โดยเสด็จประทับ ณ วังสระปทุม ในปีต่อมาได้ทรงศึกษาชั้นอนุบาล ณ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แล้วจึงเสด็จไปประทับต่อ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 ต่อมาภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลในขณะนั้นมีมติเห็นชอบให้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์สืบราชสันติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ในขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา จึงต้องทรงมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้แก่ พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา และเจ้าพระยายมราช ทำการบริหารแผ่นดินแทนจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยเป็นครั้งแรกหลักจากขึ้นครองราชย์ ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุได้ 13 พรรษา ตลอดระยะเวลา2 เดือน ที่ทรงเสด็จประทับอยู่ในเมืองไทย ได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในที่ต่างๆ จากนั้นพระองค์ทรงเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 การคมนาคมติดต่อเป็นไปโดยลำบาก พระองค์ท่านจึงไม่ทรงมีโอกาสติดต่อกับประเทศไทย เมื่อสงครามสงบ พระองค์จึงเสด็จนิวัติกลับประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2488ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุได้ 21 พรรษา ในการเสด็จนิวัตเมืองไทยครั้งนี้ เดิมทรงตั้งพระราชหฤทัยจะประทับอยู่ในเมืองไทยเพียง 1 เดือน จากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินกลับสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ทันการเปิดภาคเรียนใหม่ในกลางเดือนมกราคม แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายในฐานะประมุขของประเทศ ทำให้ทรงเลื่อนเวลาที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับสวิตเซอร์แลนด์ออกไป
ระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่ในพระนคร เมื่อคราวเสด็จนิวัติเมืองไทยครั้งที่2นั้น พระองค์เสด็จสวรรคต เนื่องจากถูกพระแสงปืน ณ พระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9มิถุนายน พ.ศ. 2489 หลังจากเสวยราชสมบัติอยู่เป็น เวลา 12 ปีเท่านั้น
ปวงชนชาวไทยต่างรำลึกถึงพระเมตตาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการจึงร่วมใจน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน โดยถือเอาวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันอานันทมหิดล”   ในปี พ.ศ. 2528สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ได้รวบรวมทุนจากเงินบริจาคของศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ ทุกรุ่นจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นไว้หน้าตึกอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบันดาลให้เกิดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้ง “มูลนิธิอานันทมหิดล” ขึ้น เพื่อสนับสนุนนักเรียนไทยผู้มีความสามารถทางวิชาการอย่างยอดเยี่ยม มีคุณธรรมสูง ได้มีโอกาสไปศึกษาวิทยาการจนถึงขั้นสูงสุดในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาทำคุณประโยชน์พัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไป โดยมูลนิธินี้ไม่มีการสอบคัดเลือก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะสรรหาผู้สมควรได้รับพระราชทานทุน นำขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยชี้ขาด

กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเนื่องในวันอานันทมหิดล
  1.พิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรซึ่งประดิษฐานหน้าอาคาร “อานันทมหิดล” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2.พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ของ คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
3.พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ณ อาคารวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
4.การจัดทำเข็มกลัดที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล เพื่อออกรับบริจาคโดยนิสิตแพทย์ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลและช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
5.การจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์เนื่องใน วันอานันทมหิดล ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
6.การจัดงานเสวนาเนื่องสัปดาห์วันอานันทมหิดล
7.กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

 

ที่มาจาก : guru.sanook.com

หลักการบวกลบจำนวนเต็ม

มีชนิดต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ ชุกชุม เช่นช้างป่าเป็น

1. การบวกจำนวนเต็ม

- จำนวนเต็มบวก  +  จำนวนเต็มบวก

เช่น 5+7  = 12

หลักพิจารณา คำตอบที่ได้เป็นจำนวนเต็มบวก นำจำนวนสองจำนวนรวมกัน

- จำนวนเต็มบวก  +  จำนวนเต็มลบ

กรณ๊ที่ 1  จำนวนเต็มบวกมากกว่าจำนวนเต็มลบ

เช่น   10 + (-6)  = 4

หลักพิจารณา  จำนวนสองจำนวนหักล่างกัน คำตอบเป็นจำนวนเต็มบวก

กรณีที่  2  จำนวนเต็มบวกน้อยกว่าจำนวนเต็มลบ

เช่น   10 + (-15) = 5

หลักพิจารณา  จำนวนสองจำนวนหลักล่างกัน  คำตอบที่ได้เป็นจำนวนเต็มลบ

 

นายชัชชัย ฤทธิ์อุดม

ที่มาจาก : http://www.thaigoodview.com/node/63495

การสืบพันธุ์ของสัตว์

           สิ่งมีชีวิตแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต คือมีสามารถในการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่จากสิ่งมีชีวิตเดิมซึ่งเป็นสมบัติ ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงพันธุ์ให้คงไว้ได้

การสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีการสืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ การไม่อาศัยเพศส่วนใหญ่เป็นการแบ่งเซลล์เป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน เช่น อะมีบา สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวบางชนิดสืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ เช่น ยีสต์

การสืบพันธุ์ของสัตว์

การสืบพันธุ์ของสัตว์มีทั้งการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศในสัตว์ที่มีโครงสร้างของร่างกายไม่ซับซ้อนและมี ความสามารถในการงอกใหม่ เช่น พลานาเรีย ดาวทะเล สัตว์พวกนี้สามารถสืบพันธุ์โดยวิธีการงอกใหม่ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเกิดจากการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้หรืออสุจิ กับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียหรือเซลล์ไข่ซึ่งอาจเกิดภายในหรือภายนอกเพศเมียก็ ได้เซลล์ไข่ที่ได้รับการผสมเรียกว่า ไซโกต

1. การสืบพันธุ์แบบอาศัยไม่เพศ

การสืบพันธุ์

เป็นการสืบพันธุ์แบบที่ไม่จำเป็นจะต้องมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เพียงแต่สร้างตัวจำลองตนเอง ดดยมีคุณสมบัติและพันธุกรรมเหมือนตัวเดิมทุกประการ คือ มีการแสดงออกหรือฟีโนไทน์เหมือนเดิมและลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันทุก ประการ การสืบพันธุ์แบบนี้มีหลายวิธี
การสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ ได้แก่

1.การแบ่งแยก (FISSION) เป็น การสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น โพรโทซัว แบคทีเรีย ยีสต์ และสาหร่าย ระหว่างที่มีการแบ่งแยกจะมีการแบ่งสารพันธุกรรมด้วย ขบวนการนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.1 แบ่งแยกเป็นสอง (BINARY FISSION) จากหนึ่งเซลล์แบ่งได้เป็น 2 เซลล์ และ 4 เซลล์ต่อไปเรื่อยๆ
1.2 การแบ่งแยกทวีคูณ (MULTIPLE FISSION) นิวเคลียส จะมีการแบ่งแบบไมโตซีสหลายครั้งได้นิวเคลียสหลายอัน แล้วจึงแบ่งไซโตพลาซึมได้เป็นหลายเซลล์จะเกิดในพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ในเชื้อมาเลเรียบางระยะและในอมีบาบางชนิดในระยะเป็นตัวหนอนของฟองน้ำและปลา ดาวบางชนิด

2. การแตกหน่อ (BUDDING) การสืบพันธุ์แบบนี้ หน่อเดิมจะมีการแบ่งเซลล์ได้หน่อใหม่ (BUD) เกิดขึ้นและยังติดอยู่กับหน่อเดิม มีรูปร่างเหมือนหน่อเดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า การแตกหน่อพบได้ในพืชเซลล์เดียว เช่น ยีสต์ ในพืชหลายเซลล์ เช่น มาร์เเชนเทีย (MARCHANTIA) ซึ่งเป็นพืชชั้นต่ำพวกตะไคร่ชนิดหนึ่ง (หรือเรียกลิเวอร์เวิธ) และต้นตีนตุ๊กแก ต้นตายใบเป็น ส่วนในสัตว์หลายเซลล์ ได้แก่ไฮดรา

3. การหัก (FRAGMENTATION) การสืบพันธุ์แบบนี้ชิ้นส่วนของพ่อแม่จะแยกออก แล้วเจริญเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ ได้แก่ ฟองน้ำ ดอกไม้ทะเล

4. การสร้างใหม่ (REGENERATION) การสืบพันธุ์แบบสร้างใหม่คล้าย การหัก แต่ต่างกันตรงที่การสร้างใหม่เป็นการเจริญเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไป เนื่องจากได้รับความเสียหายจากภายนอก วิธีนี้สิ่งมีชีวิตที่ถูกตัดออกเป็นชิ้นๆแต่ละชิ้นจะสามารถงอก เป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ได้ เช่น ในชิ้นส่วนของพืชเกือบทุกชนิด ในไส้เดือนดิน ฟองน้ำไฮดรา และปลาดาว พลานาเรีย ซึ่งเป็นหนอนตัวแบนชนิดหนึ่ง เมื่อถูกตัดออกเป็นท่อนๆแต่ละท่อนจะเจริญเป็นตัวที่สมบูรณ์ได้

5. การสร้างสปอร์ สปอร์จัดเป็นหน่วยสืบพันธุ์อย่างหนึ่ง ปกติสปอร์มักจะมีผนังหนา จึงทนทานต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความแห้งแล้ง นอกจากนี้สปอร์ยังมีขนาดเล็ก เหมาะที่จะกระจายไปในอากาศ เมื่อสิ่งแวดล้อมเหมาะสมจะปล่อยสปอร์เป็นจำนวนมาก ในพวกเห็ดราบางชนิด สปอร์เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ และแบบมีเพศในพืชพวกเมทาไฟตา มีการสร้างสปอร์ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของการสืบพันธุ์แบบสลับด้วย

2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

เป็นการสืบพันธุ์แบบที่ต้องมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ที่มีโครโมโซมเป็นแฮ พล อยด์ (haploin)เป็นเซลล์ที่ได้มาจากการแบ่งตัวแบบไมโอซิสของเซลล์ spermatogonium(2n)หรือ oogonium(2n)การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายหลังที่เซลล์สืบพันธุ์มีการปฏิสนธิ จากเพศตรงข้าม
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของสัตว์คือจะต้องมีการผสมระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ของ เพศผู้ที่เรียกว่า ตัวอสุจิ และเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมียที่เรียกว่า ไข่ เมื่อสัตว์โตเต็มที่และพร้อมที่จะสืบพันธุ์แล้ว เพศเมียจะสร้างไข่ และเพศผู้จะสร้างอสุจิ ไข่และตัวอสุจิของสัตวืแต่ละชนิดจะมีขนาดและจำนวนต่างๆกันไป โดยทั่วไปไข่จะมีลักษณะกลมหรือรี เคลื่อนที่ไม่ได้ และมักมีอาหารสะสมอยู่เพื่อไว้เลี้ยงตัวอ่อนที่อยู่ภายใน เช่น ไข่แดงของไข่ไก่ ไข่เป็ด นอกจากนี้ยังมีสิ่งห่อหุ้มเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นวุ้น เช่น ไข่กบ หรือมีลักษณะเป็นเยื่อเหนียว เช่น ไข่เต่าทะเล บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้ม เช่น ไข่เป็ด ไข่ไก่ ไข่จระเข้ สำหรับตัวอสุจิจะมีขนาดเล็กกว่าไข่มาก และมักมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และจะเคลื่อนที่ได้เร็วเพราะมีส่วนหางช่วยในการเคลื่อนที่เพื่อสะดวกในการ เข้าผสมกับไข่ เมื่อตัวอสุจิผสมกับไข่จะเกิดการ ปฏิสนธิ ขึ้น ถ้าตัวอสุจิจากสัตว์เพศผู้เข้าผสมกับไข่ซึ่งยังอยู่ในตัวของสัตว์เพศเมีย เราเรียกการปฏิสนธิแบบนี้ว่า การปฏิสนธิภายใน แต่ถ้ามีการผสมระหว่างไข่และตัวอสุจิภายนอกตัวขอวสัตว์เพสเมีย เราเรียกว่า การปฏิสนธิภายใน ปัจจุบันการเลี้ยงปลากัดเป็นที่นิยมมากขึ้น

เมื่อปลาตัวเมียท้องโตขึ้นเรื่อยๆจนท้องแก่เต็มที่ เมื่อนำมาไว้รวมกับปลาตัวผู้ ปลาทั้งสองเพศจะไม่กัดกัน ตัวผู้จะทำหวอดไว้ตามขอบตู้ปลาและตามพืชน้ำที่ใส่ไว้ จากนั้นจะไล่รัดตัวเมีย เมื่อปลากัดตัวเมียถูกตัวผู้รัดจะปล่อยไข่ออกมา ตัวผู้จะปล่อยอสุจิออกมาด้วย จากนั้นจะคลายการรัดแล้วจึงเริ่มรัดใหม่ ดังนั้นไข่ที่ออกมาจึงออกมาเป็นชุดๆจนหมด ขณะที่ตัวเมียออกไข่แต่ละชุด ตัวผู้จะรีบเข้าไปอมไข่นำไปคายใส่ไว้ในหลอด เมื่อตัวเมียออกไข่หมดแล้ว จะสังเกตจากตัวผู้เริ่มหวงไข่ และเริ่มไล่กัดตัวเมีย ให้แยกตัวเมียออกไปเลี้ยงที่ภาชนะอื่น ไม่เช่นนั้นตัวเมียจะกินไข่หมด ตัวผู้จะเฝ้าดูแลไข่จนฟักเป็นลุกปลาตัวเล็กๆ จึงแยกตัวผู้ออก ไม่เช่นนั้นตัวผู้จะกินลูกปลาหมด

การปฏิสนธิภายนอกนั้นต้องอาศัยน้ำเป็นตัวกลางให้ตัวอสุจิเคลื่อนที่เข้าไป ผสมกับไข่ได้และการปฏิสนธิแบบนี้ต้องอาศัยการบังเอิญ ดังนั้นแม้ว่าปลาที่มีการปฏิสนธิภายนอกจะวางไข่จำนวนมาก แต่ก็มีไข่เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับการผสม
ปลาบางชนิดออกลูก เป็นตัว เช่น ปลาเข็ม ปลาหางนกยูง ปลาฉลาม ซึ่งจะเป็นการปฏิสนธิภายใน โดยปลาตัวผู้จะปล่อยอสุจิเข้าไปในร่างกายของปลาตัวเมียที่มีไข่สุกอยู่ภายใน ร่างกาย ตัวอสุจิจะเข้าผสมกับไข่ เมื่อไข่ได้รับการผสมแล้วจะเจริญเติบโตเป็นลูกปลาต่อไปจนครบกำหนดคลอด สัตว์ที่วางไข่บนบกทุกชนิด และสัตว์ที่ออกลุกเป็นตัวมีการปฏิสนธิภายในทั้งสิ้น หลังจากมีการปฏิสนธิสัตว์บางชนิดจะวางไข่ซึ่งมีเปลือกหุ้มไว้ในที่ที่เหมาะ สม เพื่อให้ไข่ได้รับการผสมและเจริญเติบโตเป็นตัวต่อไป ส่วนสัตว์ที่ออกลุกเป็นตัว เมื่อไข่ได้รับการผสมแล้ว ก็ยังจะเจริญเติบโตอยู่ในตัวแม่ต่อไป จนถึงกำหนดคลอดจึงคลอดออกมาเป็นลุกสัตว์และเติบโตต่อไป ระยะเวลาของการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิดจะแตกต่างกัน
เขียนโดย ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์ 1 ที่ 21:34 ……………..

นายอัฑฒกร ชิมประโคน “”pompom
ที่มาจาก :  http://pridsanaaksorn.blogspot.com/

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คืออะไร….

          สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโต แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายของมนุษย์จะทำหน้าที่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่งโดย ไม่ย้อนกลับมา ซึ่งเซลล์ที่พัฒนาไปจนสุดทางจนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หรือเซลล์สมอง เซลล์เหล่านี้เมื่อตายไปแล้ว จะไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทน ในขณะเดียวกันร่างกายของคนเราก็ยังมีเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถเติบโตได้ อีก โดยสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดพวกนี้สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้

สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด มีคุณสมบัติเด่นที่เป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กัน มาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ และสเต็มเซลล์เป็นเซลล์ที่มีความสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้ง เล่า

ลักษณะของสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดในร่างกายคนเรามีความพิเศษหลายประการ ในหลักการทั่วไปถือว่าสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดแตกต่างจากเซลล์ชนิดอื่นๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่มาจากแหล่งใด อาจจะเป็นสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน สเต็มเซลล์จากร่างกาย หรือสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากการสร้างเซลล์ให้เข้าคู่กับสารพันธุกรรมของคนไข้ ได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปฎิสนธิ

สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดทุกชนิดจะมีลักษณะพิเศษที่สำคัญ 3 ประการ

1.สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้เป็นเวลานาน
2.สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง
3.สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดมีความสามารถในการเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้
ในช่วงปี พ.ศ. 2503–2513 ซึ่งถือว่าเป็นยุคแรกๆ ที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มทำการศึกษาวิจัยสเต็มเซลล์จากร่างกายโดยใช้เนื้อ เยื่อที่โตเต็มวัย และยังได้นำไปทดลองใช้รักษาผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดปฐม ภูมิ ในปี พ.ศ. 2511 เป็นครั้งแรก จากนั้นมานักวิทยาศาสตร์พยายามทำความเข้าใจ และศึกษาวิจัยเพื่ออธิบายสมบัติพื้นฐานที่สำคัญของสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด ที่ทำให้มันเป็นเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลาครั้งแล้ว ครั้งเล่า และสามารถแบ่งตัวได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่ควบคุมการแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ของสเต็มเซลล์ ซึ่งคำตอบที่ชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์เข้าใจขบวนการแบ่งตัวของ เซลล์ ทั้งในเซลล์ตัวอ่อนหรือที่เรียกว่าเอ็มบริโอ และการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์มะเร็ง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิกที่ได้พัฒนาขึ้นมาตาม ลำดับ

เมื่อในร่างกายมนุษย์มีสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่พร้อมทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ยังมีน้อยมาก จึงจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านั้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยเอาเซลล์อ่อนที่ถูกคัดเลือกพร้อมทั้งเพิ่มจำนวนแล้วฉีดกลับเข้าไปยัง อวัยวะส่วนที่ต้องการรักษา นักวิทยาศาสตร์เล็งเห็นความสำคัญของการนำสเต็มเซลล์มาใช้ประโยชน์ในทางการ แพทย์ เพื่อรักษาอาการป่วยอันเนื่องมาจากเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะเสียหายหรือเสื่อมสภาพไป โดยหวังให้สเต็มเซลล์พัฒนาไปเป็นอวัยวะที่ต้องการได้

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดแพร่หลายไปทั่วในหลายหน่วยงาน เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พยายามแยกสเต็มเซลล์จากเอ็มบริโอหรือตัวอ่อนของหนู เพื่อนำมาเลี้ยงในห้องทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งนักวิจัยสามารถแยกสเต็มเซลล์ออกมาได้สำเร็จ และสามารถแสดงให้เห็นว่า สเต็มเซลล์ของมนุษย์ที่แยกมาได้ และเลี้ยงในห้องปฏิบัติการสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้จริง ในปี พ.ศ. 2541 นักวิทยาศาสตร์สามารถเพาะสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์และเซลล์สืบพันธุ์ และสามารถสร้างสายพันธุ์ของเซลล์ขึ้นมาได้สำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 สเต็มเซลล์ตัวอ่อนเหล่านี้ถูกนำไปเพาะเป็นเซลล์เม็ดเลือด นับเป็นความก้าวหน้าของงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ครั้งสำคัญ

เมื่อไม่นานมานี้ในประเทศไทยได้มีการสัมมนาระดับชาติ เรื่องทิศทางการวิจัยและพัฒนาด้านเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ จัดโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยได้ร่างแนวปฏิบัติและประเด็นพิจารณาทางชีวจริยธรรมการ วิจัยเซลล์ต้นกำเนิดแล้วเสร็จ และถือเป็นแนวปฏิบัติฉบับแรกที่หน่วยงานให้ทุนวิจัยและพัฒนาต้องใช้เป็นแนว ทาง ซึ่งจะต้องอยู่ในขอบเขตของหลักเกณฑ์ทางด้านจริยธรรม

 

ที่มาจาก : thaigoodview.com